เจ้าของธุรกิจไทยจำนวนมากอยากได้ชื่อที่เป็นมงคล บางคนดูเลขศาสตร์ บางคนดูวันเปิดกิจการ ซึ่งเป็นเรื่องของความเชื่อและกำลังใจ ไม่มีใครว่าอะไร
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจก่อน: หลักเกณฑ์ของนายทะเบียนมาก่อนเสมอ ชื่อที่เลขดีที่สุดแต่ติดคำต้องห้าม ก็ไม่ผ่านอยู่ดี และเสียรอบการยื่นไปฟรี ๆ
ลำดับที่ถูกต้อง
- คิดชื่อที่ชอบและสื่อถึงธุรกิจ
- ตรวจว่าผ่านหลักเกณฑ์ — คำต้องห้าม คำที่ต้องขออนุญาต โครงสร้างชื่อ
- ค่อยมาปรับให้ได้เลขที่ต้องการ
- ตรวจซ้ำอีกรอบหลังปรับ เพราะการเปลี่ยนตัวอักษรอาจไปโดนคำต้องห้ามพอดี
คนที่ทำกลับลำดับ คือปรับเลขให้ลงตัวก่อนแล้วค่อยไปยื่น มักเสียรอบเพราะตัวอักษรที่เติมเข้าไปเพื่อให้เลขสวย ดันไปสร้างคำที่มีปัญหาขึ้นมา
สามกลุ่มชื่อมงคลที่ติดกฎบ่อยที่สุด
1. คำที่พ้องพระนามหรือราชสกุล
คำมงคลในภาษาไทยจำนวนมากมาจากคำบาลีสันสกฤตชุดเดียวกับที่ใช้ในพระนาม ทำให้พ้องกันได้ง่าย โดยเฉพาะคำที่ขึ้นต้นด้วย สิริ- หรือมี ภูมิ- ประกอบอยู่
ไม่ได้แปลว่าคำเหล่านี้ใช้ไม่ได้ทุกกรณี แต่ต้องดูทั้งชื่อรวมกันว่าอ่านออกเสียงใกล้พระนามหรือไม่ ถ้าใกล้ ให้เปลี่ยน
2. คำที่มี ราช- หรือ มหา- ประกอบ
คำอย่าง มหาราช ราชสกุล ราชวงศ์ ราชวัง อยู่ในกลุ่มต้องห้ามชัดเจน ส่วนคำที่มี ราช- ประกอบอยู่ในคำอื่นต้องดูเป็นราย ๆ ไป
3. คำที่สื่อถึงระดับชาติ
คำอย่าง แห่งชาติ แห่งประเทศไทย ประจำชาติ ฟังดูยิ่งใหญ่และเป็นมงคล แต่ใช้ไม่ได้ เพราะสื่อว่าเป็นตัวแทนของประเทศ
ยังไม่รู้ว่าชื่อที่คิดไว้ผ่านไหมพิมพ์ชื่อลงเครื่องมือ ระบบไล่เช็คคำต้องห้าม คำที่ต้องขออนุญาต และความเสี่ยงชนแบรนด์ให้ใน 2 วินาที ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
ตรวจชื่อบริษัทเลขศาสตร์ใช้ยังไง
หลักที่คนไทยใช้กันทั่วไปคือแปลงตัวอักษรไทยแต่ละตัวเป็นตัวเลขตามตำรา แล้วรวมเป็นผลรวม จากนั้นดูว่าผลรวมนั้นให้ความหมายอย่างไร
ค่าตัวเลขของอักษรไทยและการตีความผลรวม แต่ละสำนักให้ไม่เหมือนกัน ชื่อเดียวกันอาจได้เลขต่างกันถ้าใช้คนละตำรา ถ้าเชื่อสำนักไหนเป็นพิเศษ ให้ยึดสำนักนั้นตัวเดียว อย่าเอาหลายตำรามาปนกัน
เครื่องมือของเรามีแท็บเลขศาสตร์ให้ลองคำนวณดูได้ และมีแท็บดูวันมงคลรายเดือนด้วย ทั้งสองแท็บเป็นข้อมูลตามความเชื่อ ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำทำนาย
วิธีปรับชื่อให้ได้เลขโดยไม่ไปชนกฎ
เทคนิคที่ใช้กันมีสามแบบ เรียงจากปลอดภัยที่สุด
เปลี่ยนวรรณยุกต์หรือสระ
ปลอดภัยที่สุด เพราะแทบไม่เปลี่ยนความหมายและไม่สร้างคำใหม่ เช่น เปลี่ยน "รุ่ง" เป็น "รุง" แต่ต้องเช็กว่าชื่ออังกฤษยังออกเสียงตรงอยู่
เติมคำต่อท้ายที่เป็นกลาง
เติมคำอย่าง กรุ๊ป · อินเตอร์ · เทรดดิ้ง · โฮลดิ้ง เพื่อปรับผลรวม ข้อดีคือคำเหล่านี้ไม่มีปัญหาเรื่องกฎ ข้อเสียคือทำให้โอกาสชนชื่อสูงขึ้น เพราะเป็นคำที่ใครก็ใช้
เปลี่ยนคำเฉพาะทั้งคำ
ยืดหยุ่นที่สุดในแง่ตัวเลข แต่ต้องตรวจใหม่ทั้งชุด เพราะคำใหม่อาจไปติดกลุ่มต้องห้ามหรือคล้ายแบรนด์
อย่าลืมว่าชื่อต้องใช้งานจริง
ชื่อบริษัทไม่ได้อยู่แค่ในเอกสารจดทะเบียน แต่ต้องพิมพ์ลงใบกำกับภาษี ลงป้าย ลงเว็บ และลูกค้าต้องพูดชื่อนี้ทางโทรศัพท์ได้
- ยาวไป — พิมพ์ลงเอกสารแล้วตัดบรรทัด ลูกค้าจำไม่ได้
- สะกดยาก — ถ้าต้องสะกดให้ฟังทีละตัวทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์ จะเป็นภาระไปตลอด
- สระวรรณยุกต์แปลก — คนพิมพ์ผิดบ่อย หาในกูเกิลไม่เจอ
ชื่อที่ดีที่สุดคือชื่อที่ผ่านกฎ ได้เลขที่พอใจ และใช้งานจริงได้สะดวก ครบสามอย่าง ถ้าต้องเลือก ให้ยอมเสียเรื่องเลขก่อน เพราะอีกสองอย่างแก้ทีหลังไม่ได้